การเลี้ยงหมูป่า
เป็นอาชีพเสริม
คนในชุมชนบ้านอ่างตะแบกส่วนหนึ่งเลี้ยงหมูป่า
เนื่องจากมีลักษณะที่ไม่เหมือนหมูบ้าน เลี้ยงง่าย กินง่าย อยู่ง่าย และมีต้นทุนที่ถูกกว่าการเลี้ยงหมูบ้าน
นอกจากนั้น ยังมีภูมิต้านทานสูง ไม่เกิดโรคง่ายอีกด้วย
ลักษณะของหมูป่า
-มีขนหยาบแข็งสีน้ำตาลเข็มหรือดำ
-รูปร่างไม่อ้วนเทอะทะเหมือนหมูบ้าน มีรูปร่างผอมและสูงมาก ในตัวที่โตๆ อาจสูงถึงเอวคนหรือสูงกว่านี้ก็มี
-หัวยาวและแหลม ขาเล็กและเรียวยาว กีบเท้าเล็กแต่แข็งแรงมาก
-มีขนหยาบแข็งสีน้ำตาลเข็มหรือดำ
-รูปร่างไม่อ้วนเทอะทะเหมือนหมูบ้าน มีรูปร่างผอมและสูงมาก ในตัวที่โตๆ อาจสูงถึงเอวคนหรือสูงกว่านี้ก็มี
-หัวยาวและแหลม ขาเล็กและเรียวยาว กีบเท้าเล็กแต่แข็งแรงมาก
-จมูกอ่อนแต่แข็งแรงมาก เนื่องจากหมูป่าจะใช้ปลายจมูกขุดคุ้ยดิน
หรือจอมปลวกเพื่อหาอาหาร
การสร้างเล้า
การสร้างเล้า
การเลี้ยงหมูป่า
เน้นการอยู่อาศัยแบบธรรมชาติจึงนิยมสร้างโรงเรือนแบบง่ายๆ
โดยสร้างโรงเรือนบนพื้นดินธรรมดาไม่ได้เทคอนกรีตแต่อย่างใด กว้างประมาณ 5x4 เมตร จากนั้นก็ทำการกั้นรั้วรอบๆโรงเรือน เพื่อสร้างบริเวณให้หมูปาสามารถอาศัยอยู่ได้
มีลักษณะเป็นธรรมชิต กว้าง และมีแสงแดดเข้าถึง
การให้อาหาร มีเทคนิคการให้อาหารหมูป่าแบบลดต้นทุนคือ
การให้อาหาร มีเทคนิคการให้อาหารหมูป่าแบบลดต้นทุนคือ
1.ปลูกมันสำปะหลังแล้วนำมาผสมกับอาหารหมูขุนในอัตรา
มันสำปะหลัง 4 ส่วน ต่ออาหาร 1 ส่วน
และถ้าหากว่ามีเศษอาหารเหลือๆ ก็สามารถนำมาให้หมูกินได้
การเลี้ยงหมูป่าต้องเลี้ยงแบบให้มีมันที่ชั้นใต้ผิวหนังน้อยที่สุดจะทำให้ได้ราคาดี
2.นำเศษผักที่ได้จากการปลูกผักมาให้หมูป่ากินเป็นอาหาร
3.น้ำต้องใส่อ่างไว้ให้เพียงพออย่าให้ขาด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น